![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|---|
|
1. ขณะรับราชการ 2. เบี้ยหวัด 3. บำเหน็จ 4. บำนาญปกติ 5. บำนาญพิเศษ 6. เงินช่วยพิเศษ 7. การยื่นเรื่อง กล่าวนำ สิทธิกำลังพล คือ ผลที่ข้าราชการทหารและลูกจ้าง ได้รับจากทางราชการ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในเวลาปกติ รวมทั้งการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามในอัตรา กอ.รมน., กรป.กลางหรืออัตราแผนเพื่อความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้ทุกคน ได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และเกียรติยศ เมื่อได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติหน้าที่ประกอบคุณงามความดีแล้ว ย่อมได้รับผลตอบแทน ทั้งในขณะปฏิบัติหน้าที่ ลาออก ทุพพลภาพ เกษียณอายุหรือตาย ซึ่งผลจะบังเกิดแก่ตนเอง ครอบครัวและทายาท สิทธิต่าง ๆ ของทางราชการ 1. ขณะรับราชการ 1. ได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มต่าง ๆ ตามสิทธิ 2. ได้รับเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ได้แก่ 2.1 เงินช่วยการศึกษาบุตร 2.2 เงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลของตนเอง บิดา มารดา ภริยาและบุตร 3. กรณีเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรได้รับ 3.1 เบี้ยเลี้ยงเดินทาง 3.2 ค่าพาหนะ 3.3 ค่าเช่าที่พัก 4. กรณีเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวได้รับ 4.1 ค่าเครื่องแต่งตัว 4.2 ค่ารับรอง 4.3 ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง 4.4 ค่าพาหนะ 4.5 ค่าเช่าที่พัก 5. ได้รับบำเหน็จประจำปีเลื่อนยศ, ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ และการชมเชย 2. เบี้ยหวัด (จ่ายให้เป็นรายเดือน) 1. นายทหารสัญญาบัตร 1.1 ต้องมีเวลาราชการไม่น้อยกว่า 1 ปี 1.2 เมื่อออกจากราชการต้องมีอายุ ดังนี้ ร.ต. - ร.อ. อายุไม่เกิน 45 ปี น.ต. - น.ท. อายุไม่เกิน 50 ปี น.อ. - นายพล อายุไม่เกิน 55 ปี 2. นายทหารประทวน และพลทหารประจำการ (พลอาสาสมัคร) 2.1 ต้องรับราชการประจำการต่อจากกองประจำการ ไม่น้อยกว่า 1 ปี 2.2 เมื่อออกจากราชการยังไม่พ้นกองหนุนชั้นที่ 2 3 เกณฑ์คำนวณเบี้ยหวัด 3.1 มีเวลาราชการตั้งแต่ 1 ปี ถึง 40 ปี จะได้รับเบี้ยหวัดตามเกณฑ์ดังนี้ 15/50, 25/50, 30/50, 35/50, 40/50 ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย (แล้วแต่จำนวนปีเวลาราชการ) 3.2 มีเวลาราชการเกินกว่า 40 ปี ขึ้นไป จะได้รับ เบี้ยหวัด = (เงินเดือนเดือนสุดท้าย x จำนวนปีรับราชการ) / 50 3. บำเหน็จ (จ่ายให้เป็นเงินก้อนครั้งเดียว) 1. สิทธิที่จะได้รับบำเหน็จ 1.1 มีเวลาราชการไม่ถึง 10 ปีบริบูรณ์ - ทางราชการให้ออกด้วยเหตุทดแทน - ออกจากราชการเพราะเหตุทุพพลภาพ - ทางราชการให้ออกเพราะครบเกษียณอายุ - ลาออกเมื่ออายุครบ 50 ปีบริบูรณ์แล้ว 1.2 ลาออกโดยมีเวลาราชการครบ 10 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 25 ปีบริบูรณ์ 1.3 มีสิทธิได้รับบำนาญแต่ขอรับบำเหน็จแทนบำนาญ 2. เกณฑ์คำนวณบำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x จำนวนปีเวลาราชการ บำเหน็จตกทอด (จ่ายให้เป็นเงินก้อนครั้งเดียว) 1. ข้าราชการ, หรือผู้รับเบี้ยหวัดตาย ทายาทจะได้บำเหน็จตกทอด = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x จำนวนปีเวลาราชการ 2. ผู้รับบำนาญปกติหรือบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพตาย ทายาทจะได้รับบำเหน็จตกทอด เป็นเงิน 30 เท่าของบำนาญ 3. บำเหน็จตกทอดรายใดคำนวณได้ไม่ถึง 3,000 บาท ก็ให้จ่ายเป็นบำเหน็จตกทอด 3,000 บาท ทายาทผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอด 1. บุตร 1-2 คน ได้รับ 2 ส่วน บุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับ 3 ส่วน (ไม่จำกัดอายุ) 2. สามีหรือภริยาได้รับ 1 ส่วน 3. บิดามารดา หรือ บิดาหรือมารดา ที่มีชีวิตอยู่ให้ได้รับ 1 ส่วน 4. บำนาญปกติ (จ่ายให้เป็นรายเดือน) 1. สิทธิที่จะได้รับบำนาญ 1.1 ต้องมีเวลาราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป - ทางราชการให้ออกโดยไม่มีความผิด - ทางราชการให้ออกเพราะครบเกษียณอายุ - ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดครบกำหนดย้ายประเภท - ออกจากราชการเพราะเหตุทุพพลภาพ - ทางราชการให้ออกเมื่อมีเวลาราชการครบ 30 ปีบริบูรณ์แล้ว - ลาออกจากราชการเมื่ออายุครบ 50 ปีบริบูรณ์แล้ว 2. เกณฑ์คำนวณบำนาญ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x จำนวนปีเวลาราชการ / 50 5. บำนาญพิเศษ (จ่ายให้เป็นรายเดือน) 1. บำนาญพิเศษแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ - กรณีทุพพลภาพ เพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่ ผู้ที่ทุพพลภาพเป็นผู้ที่ได้รับบำนาญพิเศษ - กรณีถึงแก่ความตาย เพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่ทายาทได้รับ บำนาญพิเศษ 2. การคำนวณบำนาญพิเศษ 2.1 เงินเดือนเดือนสุดท้าย หมายถึง เงินเดือนที่ได้ปูนบำเหน็จพิเศษแล้ว 2.2 กรณีทุพพลภาพ (ได้รับทั้งบำนาญปกติและบำนาญพิเศษ) - ยามปกติ ได้รับบำนาญพิเศษเป็นจำนวน 5 ถึง 20 ใน 50 ส่วน ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย - ผู้ที่ทำหน้าที่ไปราชการหรือปฏิบัติราชการโดยอากาศยานในอากาศ, ทำการโดดร่ม, ดำน้ำ, กวาดทุ่นระเบิด, ขุด, ทำลาย, ทำ, ประกอบวัตถุระเบิด หรือมีหน้าที่เกี่ยวกับไอพิษ - ได้รับบำนาญพิเศษเป็นจำนวน 1/2 ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย - ทำหน้าที่ในระหว่างเวลาที่มีการรบ, การสงคราม หรือการปราบปรามการจลาจล ได้รับบำนาญพิเศษเป็นจำนวน 30-35 ใน 50 ส่วน ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย 2.3 กรณีถึงแก่ความตาย - ยามปกติทายาทได้รับบำนาญพิเศษเป็นจำนวน 1/2 ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย - ทำหน้าที่ต้องไปราชการหรือปฏิบัติราชการโดยอากาศยานในอากาศ, ทำการโดดร่ม, ดำน้ำ, กวาดทุ่นระเบิด, ขุด, ทำลาย, ทำ, ประกอบวัตถุระเบิด มีหน้าที่เกี่ยวกับไอพิษ, การรบ, การสงคราม, ปราบปรามจราจลทายาทได้รับบำนาญพิเศษเป็นจำนวน 40/50 ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ทายาทผู้มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษ 1. บิดา มารดา หรือคนใดคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน 2. คู่สมรสได้รับ 1 ส่วน 3. บุตร 1 ถึง 2 คน ได้รับ 2 ส่วน บุตร 3 คน ขึ้นไป ได้รับ 3 ส่วน 4. ถ้าไม่มีทายาทในข้อใด หรือทายาทนั้นได้ตายไปก่อนแล้ว ให้แบ่งบำนาญพิเศษ หรือบำเหน็จตกทอดระหว่างทายาทที่มี 5. ถ้าไม่มีทายาท ก็ให้จ่ายแก่ผู้อยู่ในความอุปการะของผู้ตาย หรือผู้อุปการะผู้ตาย แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ไม่มีทายาท 1. ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัดตามแบบและวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด 2. ถ้าไม่มีทายาทหรือบุคคลซึ่งผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ หรือบุคคลนั้นได้ตายไปก่อน ให้สิทธิในบำเหน็จตกทอดนั้นเป็นอันยุติลง เงื่อนไขที่จะได้รับ
บำนาญพิเศษ 1. บิดา มารดา ให้ได้รับจนตลอดชีวิต 2. คู่สมรสได้รับ จนตลอดชีวิต เว้นแต่จดทะเบียนสมรสใหม่ 3. บุตร ได้รับจนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ แต่ถ้ากำลังศึกษาอยู่ในชั้นเตรียมอุดมศึกษา ชั้นอุดมศึกษา หรือชั้นการศึกษาที่เทียบเท่าก็ให้ได้รับจนสำเร็จการศึกษา แต่อายุต้องไม่เกิน 25 ปี (บุตรที่พิการถึงทุพพลภาพ ได้รับตลอดเวลาที่ทุพพลภาพอยู่) 4. ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในความอุปการะได้รับ 10 ปี ถ้าอายุไม่ถึง 20 ปี ให้อนุโลมรับอย่างบุตร 6. เงินช่วยพิเศษ 1. ข้าราชการ ตาย ทายาทได้รับเป็นเงินเท่ากับเงินเดือน 3 เดือน 2. กองหนุนมีเบี้ยหวัด ตาย ทายาทได้รับเป็นเงินเท่ากับเบี้ยหวัด 3 เดือน 3. ผู้รับบำนาญปกติหรือบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ ตาย ทายาทได้รับเป็นเงินเท่ากับ บำนาญ 3 เดือน ผู้รับเงินช่วยพิเศษ 1. จ่ายให้แก่บุคคลที่ผู้ตายได้แสดงเจตนาระบุไว้เป็นหนังสือ ตามแบบของกระทรวงการคลัง 2. ถ้าผู้ตายมิได้แสดงเจตนาระบุบุคคลใดไว้ให้จ่ายแก่บุคคลก่อนหลัง ดังนี้ 2.1 คู่สมรส 2.2 บุตร 2.3 บิดามารดา 2.4 ผู้อยู่ในความอุปการะของผู้ตาย 2.5 ผู้อุปการะผู้ตาย เอกสารที่ทายาทควรเตรียมไว้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่ สำเนาทะเบียนคนตาย หรือมรณบัตร ,สำเนาทะเบียนบ้าน,สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาทะเบียนรับรองบุตร, (บุตรที่เกิดจากภริยาที่มิได้จดทะเบียนสมรส), สำเนาทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หลักฐานการตายของทายาท, หนังสือรับรองของภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ถ้ามี) หนังสือยินยอมของภริยาที่จดทะเบียนสมรสซ้อนและเอกสารอื่น ๆ ที่ทางการออกให้ ให้เตรียมไว้อย่างน้อย อย่างละ 3 ฉบับรูปถ่ายของผู้มีสิทธิ(ขนาดรูปติดบัตรประจำตัว) อย่างน้อยคนละ 6 รูป 7. การยื่นเรื่องราวขอรับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ บำเหน็จตกทอด 1. กรณีลาออก , ปลดออก 1.1 ข้าราชการชั้นสัญญาบัตรที่ออกจากราชการ ที่ตั้งดอนเมือง ลงชื่อยื่นเรื่องราวที่ กพ.ทอ. ที่ตั้งต่างจังหวัด ลงชื่อยื่นเรื่องที่ต้นสังกัดครั้งสุดท้ายที่ผู้นั้นรับราชการอยู่ 1.2 ข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรที่ออกจากราชการ ลงชื่อยื่นเรื่องราวที่ต้นสังกัดครั้งสุดท้ายที่ผู้นั้นรับราชการอยู่ 2. กรณีตาย 2.1 ข้าราชการชั้นสัญญาบัตรประจำการกรณีตายปกติ (ป่วยตายฯ) ให้ทายาท ลงชื่อยื่นเรื่องราวที่ กพ.ทอ. 2.2 ข้าราชการชั้นสัญญาบัตรกรณีตายผิดปกติ(อุบัติเหตุ)ให้ทายาทลงเรื่องราวที่ ต้นสังกัดครั้งสุดท้ายที่ผู้นั้นรับราชการอยู่ 2.3 ข้าราชการเบี้ยหวัด บำนาญชั้นสัญญาบัตรให้ทายาทยื่นเรื่องราวที่ กพ.ทอ. 2.4 ข้าราชการเบี้ยหวัด บำนาญ ต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร ให้ทายาทยื่นเรื่องราวที่ต้นสังกัด ครั้งสุดท้ายที่ผู้นั้นรับราชการอยู่
|